กรมการท่องเที่ยวเร่งแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee)

กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ย้ำการประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางผิดกฎหมาย หากตรวจสอบพบส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการทันที

นางสาววรรณสิริ โมรากุล รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า จากการที่มีข่าวการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางในการประกอบธุรกิจนำเที่ยว ทำให้ประเทศไทยสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวและเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้ประกอบการ นั้น

กรมการท่องเที่ยว ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม และกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๗ โดยได้ดำเนินการใน 3 มาตรการ ตั้งแต่ก่อนจดทะเบียนบริษัท เมื่อดำเนินธุรกิจแล้ว และเมื่อยกเลิกกิจการ

มาตรการกลั่นกรองคุณสมบัติก่อนการออกใบอนุญาต กรมการท่องเที่ยวตั้งกรรมการประกอบด้วยภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง พิจารณาตรวจสอบและกลั่นกรองคุณสมบัติเบื้องต้นของนิติบุคคลที่ประสงค์จะจดวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจนำเที่ยวก่อนเสนอให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าพิจารณาจดทะเบียน

ลงพื้นที่ตรวจสอบเมื่อดำเนินธุรกิจแล้วโดยในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่เข้าข่ายพฤติกรรมต้องสงสัยว่าใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) จำนวน ๗๙ ราย พบเข้าข่ายจำนวน ๖ ราย ซึ่งกองธรรมาภิบาล กรมพัฒนาธุรกิจการค้า อยู่ระหว่างดำเนินการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อดำเนินการต่อไป

เมื่อยกเลิกกิจการ กรมการท่องเที่ยวจัดส่งรายชื่อผู้ที่มายื่นเรื่องยกเลิกการประกอบธุรกิจนำเที่ยวและผู้ที่มาจดทะเบียนรายใหม่ให้กับกรมสรรพากรเป็นประจำทุกเดือน เพื่อดำเนินการตรวจสอบด้านภาษี

ทั้งนี้ รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวย้ำว่า ก่อนตัดสินใจซื้อทัวร์ ขอให้ประชาชนตรวจดูเลขที่ใบอนุญาตการประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่กรมการท่องเที่ยวออกให้ก่อนว่าถูกต้องหรือไม่ โดยให้เก็บใบเสร็จรับเงินและโปรแกรมการท่องเที่ยวที่ได้ตกลงกับผู้ประกอบการไว้ด้วย กรณีไม่เป็นไปตามข้อตกลงสามารถร้องเรียนได้กับกรมการท่องเที่ยว โดยขอให้ประชาชนเลือกซื้อโปรแกรมท่องเที่ยวกับผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้องเท่านั้น ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบได้จากสายด่วนของกรมการท่องเที่ยว 0 - 2401 - 1111 และ เวบไซต์ของกรมการท่องเที่ยว www.tourism.go.th

 

* * * * * * * * * *

ผู้เขียน : นางสาวจริมา ทองสวัสดิ์ 


วันที่ประกาศ 25 ก.พ. 2559